ทำงานอย่างไรไม่ให้เป็นวัตถุโบราณในออฟฟิศ


0

เพื่อนผมแบงค์ ทำงานมาแล้ว 10 ปี เชี่ยวชาญด้านการตลาดเป็นที่สุด ในช่วงเศรษฐกิจดีๆ มี Budget มาทำแคมเปญการตลาดไม่ต่ำกว่า 7 หลักต่อแคมเปญที่ผ่านมา เวลาประเมินความสำเร็จของโครงการ ก็ใช้เครื่องมือสมัยเดิมที่เคยมี เช่น นับจากโบรชัวร์ที่แจกออกไปตามงานอีเวนท์บ้าง คาดการจากยอดเรตติ้งละครที่ลงโฆษณาเอาไว้บ้าง ทุกการประเมินรอดตัวมาได้ด้วยการใช้ตัวเลขแบบ estimate เสมอ

หลายปีต่อไป เครื่องมือการตลาดยุคใหม่แบบ wireless ก้าวเข้ามา การตลาดดิจิทัล มีจุดแข็งที่ลบล้างความเชื่อเก่าๆได้ด้วยการ Tracking ตัวเลขได้อย่างแม่นยำแบบ Per Click แถมยังเก็บ data ของผู้ใช้งานได้มากมาย

งบการตลาดที่ใช้โดนตัดลงทุกปีตามสภาพเศรษฐกิจ และความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่ใช้กับเครื่องมือออนไลน์นั้นต้นทุนส่วนใหญ่จะต่ำกว่าที่เคยมีมา แบงค์ทำอะไรไม่ถูก เพราะก่อนหน้านี้เคยมองข้ามทีมออนไลน์แบบไม่เห็นหัว จะกลับไปเติบโตแบบที่ผ่านมาก็คงยากเพราะตอนนี้หัวหน้าของแบงค์เป็นโรคเสพติดการดูตัวเลขและวัดความคุ้มค่าแบบเครื่องมือการตลาดออนไลน์ไปเสียแล้ว

ที่ยกตัวอย่างมานั้น จะบอกว่าลักษณะของแบงค์นั้นครบตามสมญานาม “วัตถุโบราณ” อันเป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งของที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนมานานหลายสมัย ตั้งไว้ตรงไหนก็โดนแช่อยู่แบบนั้น เมื่อเอามาเปรียบเทียบกับคนแล้วก็เหมือนกับ คนที่ไร้การพัฒนา ไม่ทันโลก

แล้วเราจะมีวิธีปรับเปลี่ยนตัวเราอย่างไรได้บ้างเพื่อไม่ให้เป็นวัตถุโบราณแบบแบงค์

1.ปรับจูนทัศนคติ

คนที่เริ่มงานมาก่อนหรือทำอย่างใดอย่างหนึ่งจนมีทักษะชำนาญอาจหลงลืมตัวเอง เลยเถิดไปถึง ego อาจจะใหญ่กว่าตัว ในบางคนอาจถึงขึ้นไม่เปิดใจรับฟังเด็กรุ่นใหม่ด้วยมัวแต่คิดว่าคนด้อยประสบการณ์คงรู้น้อยกว่า ลองสำรวจตัวองดู ว่าคุณมีความคิดแบบนี้ไหม ถ้าใช่ คุณต้องปรับวิธีคิดใหม่ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีไวมาก และเด็กรุ่นใหม่หลายคนคุ้นเคยกับการใช้สิ่งเหล่านี้มากกว่าคนรุ่นก่อนหน้า หรือมีวิธีในการคิดงานที่ต่างออกไป แต่ให้ผลลัพธ์เหมือนกัน คุณก็ควรเปิดรับเรียนรู้จากน้องๆเขาบ้าง

2.ก้าวทันโลกอยู่เสมอ

ข่าวสาร ข้อมูล อุปกรณ์ไอที เทคโนโลยี และโปรแกรมหรือแอพต่างๆ เปลี่ยนไปเร็วมาก คุณก็จะต้องหมั่นเรียนรู้ตามมันให้ทัน อัพเดทสกิลใหม่ๆให้กับตัวเองเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เครื่องมือและโปรแกรมหลายๆอย่างก็ช่วยย่นเวลา หรือแสดงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ไม่ใช่ว่าตอนนี้เริ่มทำงานใช้โปรแกรมอะไร ผ่านมา 15 ปีก็ใช้แบบเดิมๆอยู่

3.เข้าใจความต่างระหว่างเจน

การแบ่งผู้คนเป็นเจเนอเรชั่นตามปีเกิดและประสบการณ์ที่มีในโลก จะทำให้เห็นชัดเลยว่า ผู้คนแต่ละยุคผ่านประสบการณ์และมีวิธีการท่องโลกที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรผิดอะไรถูก เปิดใจรับฟังเท่านั้นที่จะทำให้คนอื่นรับคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเขา อย่าพยายามโน้มน้าวคนอื่นมาคิดแบบเดียวกับคุณ หรือไปตัดสินใครว่าผิด

4.ซื้อใจ

อย่าสร้างช่องว่างระหว่างวัยให้กว้าจนใครๆก็เข้าไม่ถึงคุณ การจะให้คนเคารพไม่ใช่วางตัวเองไว้บนหิ้งจนคนอื่นแตะต้องไม่ได้ พยายามเข้าใจวัยรุ่นด้วยการเปิดอกพูดคุย รับฟังความเห็น และพูดภาษาเดียวกับเขา หลักจิตวิทยาที่ดีคือการที่จะสอนใคร คุณต้องทำตัวเองให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนรุ่นหลังด้วย ไม่ใช่บังคับเขาทำอย่าง แต่ตัวเองทำอีกอย่าง

การปรับเปลี่ยนอะไรสักอย่าง ช่วงแรกจะมี friction เสมอ แต่เมื่อทำไปนานๆ จะเกิด momentum และจากเรื่องยากจะกลายเป็นเรื่องง่ายโดยปริยายครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: ลูกจ้างมืออาชีพ


Like it? Share with your friends!

0

Comments

comments

0 Comments

Your email address will not be published. Required fields are marked *