มาร์คหน้า

เรื่องของมาร์คหน้า ควรบ่อยแค่ไหน ต้องล้างออกไหม ใช้ตอนไหนดี


-1
มาร์คหน้า

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิวหน้าเพื่อให้ผิวแลดูมีสุขภาพดีเปล่งปลั่ง อย่าง มาร์คหน้า มีกระแสตอบรับเลือกซื้อมาใช้งานขั้นสุด แต่ถึงกระนั้นเรื่องราวของเจ้าสิ่งนี้ก็มีหลายอย่างที่เกิดเป็นความสงสัยเหมือนกันโดยเฉพาะกับผู้ที่เพิ่งเคยซื้อใช้เป็นครั้งแรก และเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ได้รับผลลัพธ์ที่พึงพอใจ เราจึงได้รวบรวมคำตอบมาคลายข้อสงสัยต่าง ๆ ให้แล้ว ไม่ว่าจะ ควรบ่อยแค่ไหน ต้องล้างออกไหม ใช้ตอนไหนดี? พร้อมแนะทริคเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวแถมให้ไปด้วยเลย

มาร์คหน้า ดียังไง แล้วมีกี่ประเภท?

มาร์คหน้า garnier

เริ่มต้นคำตอบแรกอย่างการใช้มาร์คนั้นต้องบอกก่อนว่าเป็นการทรีตเม้นต์บำรุง ฟื้นฟูผิวหน้า และช่วยให้ผิวหน้าได้รับการจัดการสิ่งสกปรกออกไปได้โดยเฉพาะที่ติดอยู่ตามรูขุมขนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส เรียบเนียน มีเอสเซ้นส์ช่วยเติมความชุ่มชื้น ช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ ผิวกระชับแข็งแรงดูมีสุขภาพดีมีชีวิตชีวา ซึ่งโดยทั่วไปมาส์กมีด้วยกัน 7 ประเภท ได้แก่ มาส์กครีม, มาส์กเจล, มาส์กผง, มาส์กบับเบิ้ล, มาส์กโคลนพอกหน้า, มาส์กชีท และมาส์กแบบลอก ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติช่วยในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเป็นมาร์คหน้าสิว มาส์กลดความหมองคล้ำ มาส์กลดริ้วรอย ฯลฯ

มาร์คหน้า บ่อยแค่ไหน มาร์คหน้า ตอนไหนถึงจะดี?

จริง ๆ แล้วเราสามารถใช้มาร์คได้ทุกวันแต่ทั้งนี้ต้องเป็นมาส์กที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าเท่านั้น ซึ่งหากจะใช้มาส์กอื่น ๆ อย่าง มาร์คลดความหมองคล้ำ มาร์คหน้าลดสิว มาร์คเพิ่มความกระจ่างใส มาร์คริ้วรอย ฯลฯ หากใช้บ่อย ๆ ทุกวันจะทำให้ผิวบอบบางลง ทีนี้โดดแสงแดดหน้าแสบเป็นปัญหาตามมาภายหลังไปอีก ดังนั้น หากใช้เป็นมาร์คจำพวกนี้แนะนำให้ใช้บ่อย 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น ที่สำคัญไม่ควรมาส์กทิ้งไว้เกินเวลาเพราะจะทำให้ผิวหน้าถูกดูดความชุ่มชื้นออกไปแทน ซึ่งระยะเวลามาส์กที่ดีควรทิ้งไว้ 15 – 20 นาทีเท่านั้น และที่อยากรู้กันว่าจะมาร์คตอนไหนดี จริง ๆ แล้วจะเช้า หรือเย็นได้หมดถ้าสดชื่น แต่ที่แนะนำมาก ๆ เป็นตอนเย็นหรือก่อนเข้านอนดีกว่าเพราะจะทำให้ผิวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่พร้อมรับสิ่งใหม่ในวันรุ่งขึ้น

มาร์คหน้า ต้องล้างออกไหม?

นับว่าเป็นอีกความสงสัยเหมือนกันว่าหลังจากที่เราใช้มาส์กไปแล้วต้องล้างออกไหม เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ แต่ละประเภทแต่ละการดูแล แต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่นิยมล้างออก เนื่องจากจะทำให้เอสเซ้นส์ที่กำลังช่วยบำรุงล้ำลึกในรูขุมขนถูกทำลายลง ดังนั้นหลังมาส์กจึงไม่ต้องล้างแต่ให้ใช้นิ้วมือมาแตะ ๆ นวด ๆ กด ๆ ให้ทั่วใบหน้าเอา ชนิดที่ช่วยกระตุ้นให้รูขุมขนได้รับการดูแลอย่างดี แล้วจึงทาครีมบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปได้เลย แต่หากมาร์คที่ต้องล้างออกก็ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ใช้ผ้าขนหนูซับให้แห้งสนิท สุดท้ายก็ทาครีมบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปได้เลยเช่นกัน

แนะทริคเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว

1. ผิวแห้ง : ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้นแนะนำให้ใช้มาส์กที่มีส่วนผสมของน้ำมัน (oil) น้ำผึ้ง ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ เมืองหอยทาก สาหร่าย ฯลฯ ที่จะช่วยให้ผิวดูแน่นกระชับ ชุ่มชื้นขึ้น

2. ผิวมัน มีสิว : แนะนำให้เลือกมาส์กที่ช่วยสร้างความสมดุลให้กับผิว เช่น ส่วนผสมของโคลนเบส ช่วยผลัดเซลล์ใหม่ให้ดูมีธรรมชาติ มีส่วนประกอบของ BHA หรือ AHA รวมถึงส่วนผสมของพืชธรรมชาติ ได้แก่ ชาเขียว แตงกวา สารสกัดชา ฯลฯ ช่วยขจัดความมัน หรือ sebum ในรูขุมขน ในเซลล์ผิวให้ออกอย่างหมดจด ไม่ทำให้ผิวอักเสบ ระคายเคือง

3. ผิวมีริ้วรอย : แนะนำให้เลือกมาส์กที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน หรือเปบไทด์ต่าง ๆ จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิวทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ริ้วรอยตื้น ลดเลือนให้หายไปได้

4. ผิวบอบบางแพ้ง่าย : เป็นผิวที่ต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด จึงแนะนำให้ใช้มาร์คที่มีส่วนผสมของใบบัวบก สาหร่าย ชาเขียว คาโมมายล์ วิชซ์ฮาเซล ฯลฯ

5. ผิวมีจุดด่างดำ กระ ฝ้า : แนะนำให้ใช้มาร์คที่มีส่วนผสมของวิตามินซี ซึ่งจะช่วยลดเลือนจุดด่างดำ กระฝ้า เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวหน้า จากที่ผิวไม่สม่ำเสมอก็กลับมาเรียบเนียน เปล่งประกายอ่อนนุ่มขึ้น

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็หวังว่าผู้ที่เพิ่งเคยซื้อแผ่นมาส์กหรือมาส์กประเภทอื่น ๆ มาใช้ครั้งแรกจะเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุก ๆ ความสงสัย ทุก ๆ ข้อคำถาม ซึ่งการเลือกใช้มาส์กอย่างถูกวิธี เหมาะสม รวมถึงใช้อย่างตอบโจทย์สภาพผิวหน้า เช่น ผิวมีสิวเสี้ยนก็ใช้มาส์กที่มีส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวมีความหมองคล้ำ จุดด่างดำก็ใช้ที่มีส่วนผสมช่วยลดเลือนไป ฯลฯ ก็จะช่วยให้ผิวได้รับการบำรุงดูแลอย่างล้ำลึก เต็มประสิทธิภาพ ผิวหน้าดูแข็งแรงมีสุขภาพดีเหมือนผิวเด็กวัยรุ่นยังสาว ยังสวย


Like it? Share with your friends!

-1

Comments

comments

0 Comments

Your email address will not be published. Required fields are marked *